Good evening, บุคคลทั่วไป

ชุดแต่ง yaris ativ

ปลั๊กปลดล็อคจอ city 2017

ชุดแต่ง yaris ativ


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - koko_krunch

หน้า: [1] 2
1
หลายๆคนอาจรู้สึกสงสัยว่าควรต่อประกันรถกับบริษัทเดิมหรือไม่ แล้วถ้าเปลี่ยนบริษัทแล้วควรต่อประกันรถยนต์ที่ไหนดีล่ะ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีข้อแนะนำเล็กๆน้อยๆมาฝากผู้ที่กำลังรู้สึกลังเลอยู่เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ
เริ่มแรกเลยก็ต้องศึกษาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของทั้งบริษัทเดิมและบริษัทอื่นๆที่เราสนใจว่าต่างกันตรงไหนบ้าง ถ้าค่าเบี้ยแพงกว่าแล้วได้อะไรกลับมาเพิ่มขึ้นหรือไม่ เช่น ความคุ้มครอง บริการ  วิธีง่ายๆในการเปรียบเทียบราคาก็คือไปที่เว็บไซต์เปรียบเทียบราคาประกันภัยรถยนต์ต่างๆซึ่งจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นมาก
อีกหนึ่งประเด็นที่ควรคิดถึงก็คือการใช้รถของเราเป็นอย่างไร โดยลองดูตารางเปรียบเทียบประกันภัยควบคู่ไป ถ้าเราขับรถไม่แข็งก็ควรจะต่อประกันชั้น 1 และเลือกบริษัทประกันรถที่มีอู่ซ่อมเยอะๆ ถึงแม้ว่าอาจจะต้องจ่ายแพงกว่าก็ตาม แต่ถ้าคุณไม่ค่อยได้ใช้รถคันนี้ และบริษัทประกันที่ใช่อยู่ก็มีค่าเบี้ยไม่แพงและให้ความคุ้มครองเหมาะสมก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบริษัทประกัน
เพื่อให้ง่ายต่อการเคลมเราควรเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ซึ่งจะเป็นประกันสำหรับผู้ที่ต้องการการคุ้มครองแบบครบครัน เนื่องจากเป็นประกันภัยที่ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุอย่าง รถชน ไฟไหม้ รถสูญหาย ถูกโจรกรรม อีกทั้งยังคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิดอีกด้วย จึงเหมาะมากที่สุดกับผู้ขับขี่รถยนตมือใหม่ ที่อาจยังขับไม่คล่องมากนัก หรือเหมาะกับรถยนต์คันใหม่ป้ายแดง เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองหากเกิดการชนหรืออุบัติเหตุใดๆ อย่าลืมเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ก่อนตัดสินใจทำประกันด้วยทุกครั้งเพื่อให้ได้ราคาที่คุ้มที่สุด
นอกจากนี้ก็ควรดูสัญญาณอื่นๆประกอบ หากมีสัญญาณต่อไปนี้ ได้แก่การบริการที่ล่าช้า กว่าจะติดต่อได้แต่ละครั้งต้องใช้เวลานาน ยิ่งถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาถ้าต้องรอนานขนาดนี้ก็คงเสียเวลาเป็นอย่างมาก บริษัทประกันที่ดีควรพร้อมให้บริการอย่างทันท่วงที เมื่อเกิดเหตุก็สามารถมาถึงที่ได้อย่างรวดเร็ว สัญญาณต่อมาก็คือค่าเบี้ยสูงกว่าความคุ้มครองที่ควรได้รับ เมื่อเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ชั้น 1 กับเจ้าอื่นๆแล้วได้ความคุ้มครองที่น้อยกว่าทั้งๆที่เบี้ยเท่ากันซะงั้น ยิ่งถ้ารวมกับการบริการที่ไม่ดีหรือล่าช้าก็ควรเปลี่ยนบริษัทประกันเสียดีกว่า

2
เมื่อใกล้เวลาที่ต้องต่อประกันรถยนต์ หลายๆคนอาจรู้สึกสงสัยว่าควรต่อประกันรถกับบริษัทเดิมหรือไม่ แล้วถ้าเปลี่ยนบริษัทแล้วควรต่อประกันรถยนต์ที่ไหนดีล่ะ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีข้อแนะนำเล็กๆน้อยๆมาฝากผู้ที่กำลังรู้สึกลังเลอยู่เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ
เริ่มแรกเลยก็ต้องศึกษาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของทั้งบริษัทเดิมและบริษัทอื่นๆที่เราสนใจว่าต่างกันตรงไหนบ้าง ถ้าค่าเบี้ยแพงกว่าแล้วได้อะไรกลับมาเพิ่มขึ้นหรือไม่ เช่น ความคุ้มครอง บริการ  วิธีง่ายๆในการเปรียบเทียบราคาก็คือไปที่เว็บไซต์เปรียบเทียบราคาประกันภัยรถยนต์ต่างๆซึ่งจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นมาก
อีกหนึ่งประเด็นที่ควรคิดถึงก็คือการใช้รถของเราเป็นอย่างไร โดยลองดูตารางเปรียบเทียบประกันภัยควบคู่ไป ถ้าเราขับรถไม่แข็งก็ควรจะต่อประกันชั้น 1 และเลือกบริษัทประกันรถที่มีอู่ซ่อมเยอะๆ ถึงแม้ว่าอาจจะต้องจ่ายแพงกว่าก็ตาม แต่ถ้าคุณไม่ค่อยได้ใช้รถคันนี้ และบริษัทประกันที่ใช่อยู่ก็มีค่าเบี้ยไม่แพงและให้ความคุ้มครองเหมาะสมก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบริษัทประกัน
เพื่อให้ง่ายต่อการเคลมเราควรเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ซึ่งจะเป็นประกันสำหรับผู้ที่ต้องการการคุ้มครองแบบครบครัน เนื่องจากเป็นประกันภัยที่ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุอย่าง รถชน ไฟไหม้ รถสูญหาย ถูกโจรกรรม อีกทั้งยังคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิดอีกด้วย จึงเหมาะมากที่สุดกับผู้ขับขี่รถยนตมือใหม่ ที่อาจยังขับไม่คล่องมากนัก หรือเหมาะกับรถยนต์คันใหม่ป้ายแดง เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองหากเกิดการชนหรืออุบัติเหตุใดๆ อย่าลืมเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ก่อนตัดสินใจทำประกันด้วยทุกครั้งเพื่อให้ได้ราคาที่คุ้มที่สุด
นอกจากนี้ก็ควรดูสัญญาณอื่นๆประกอบ หากมีสัญญาณต่อไปนี้ ได้แก่การบริการที่ล่าช้า กว่าจะติดต่อได้แต่ละครั้งต้องใช้เวลานาน ยิ่งถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาถ้าต้องรอนานขนาดนี้ก็คงเสียเวลาเป็นอย่างมาก บริษัทประกันที่ดีควรพร้อมให้บริการอย่างทันท่วงที เมื่อเกิดเหตุก็สามารถมาถึงที่ได้อย่างรวดเร็ว สัญญาณต่อมาก็คือค่าเบี้ยสูงกว่าความคุ้มครองที่ควรได้รับ เมื่อเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ชั้น 1 กับเจ้าอื่นๆแล้วได้ความคุ้มครองที่น้อยกว่าทั้งๆที่เบี้ยเท่ากันซะงั้น ยิ่งถ้ารวมกับการบริการที่ไม่ดีหรือล่าช้าก็ควรเปลี่ยนบริษัทประกันเสียดีกว่า

3
เมื่อใกล้เวลาที่ต้องต่อประกันรถยนต์ หลายๆคนอาจรู้สึกสงสัยว่าควรต่อประกันรถกับบริษัทเดิมหรือไม่ แล้วถ้าเปลี่ยนบริษัทแล้วควรต่อประกันรถยนต์ที่ไหนดีล่ะ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีข้อแนะนำเล็กๆน้อยๆมาฝากผู้ที่กำลังรู้สึกลังเลอยู่เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ

เริ่มแรกเลยก็ต้องศึกษาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของทั้งบริษัทเดิมและบริษัทอื่นๆที่เราสนใจว่าต่างกันตรงไหนบ้าง ถ้าค่าเบี้ยแพงกว่าแล้วได้อะไรกลับมาเพิ่มขึ้นหรือไม่ เช่น ความคุ้มครอง บริการ  วิธีง่ายๆในการเปรียบเทียบราคาก็คือไปที่เว็บไซต์เปรียบเทียบราคาประกันภัยรถยนต์ต่างๆซึ่งจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นมาก

อีกหนึ่งประเด็นที่ควรคิดถึงก็คือการใช้รถของเราเป็นอย่างไร โดยลองดูตารางเปรียบเทียบประกันภัยควบคู่ไป ถ้าเราขับรถไม่แข็งก็ควรจะต่อประกันชั้น 1 และเลือกบริษัทประกันรถที่มีอู่ซ่อมเยอะๆ ถึงแม้ว่าอาจจะต้องจ่ายแพงกว่าก็ตาม แต่ถ้าคุณไม่ค่อยได้ใช้รถคันนี้ และบริษัทประกันที่ใช่อยู่ก็มีค่าเบี้ยไม่แพงและให้ความคุ้มครองเหมาะสมก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบริษัทประกัน

เพื่อให้ง่ายต่อการเคลมเราควรเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ซึ่งจะเป็นประกันสำหรับผู้ที่ต้องการการคุ้มครองแบบครบครัน เนื่องจากเป็นประกันภัยที่ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุอย่าง รถชน ไฟไหม้ รถสูญหาย ถูกโจรกรรม อีกทั้งยังคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิดอีกด้วย จึงเหมาะมากที่สุดกับผู้ขับขี่รถยนตมือใหม่ ที่อาจยังขับไม่คล่องมากนัก หรือเหมาะกับรถยนต์คันใหม่ป้ายแดง เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองหากเกิดการชนหรืออุบัติเหตุใดๆ อย่าลืมเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ชั้น 1ก่อนตัดสินใจทำประกันด้วยทุกครั้งเพื่อให้ได้ราคาที่คุ้มที่สุด

นอกจากนี้ก็ควรดูสัญญาณอื่นๆประกอบ หากมีสัญญาณต่อไปนี้ ได้แก่การบริการที่ล่าช้า กว่าจะติดต่อได้แต่ละครั้งต้องใช้เวลานาน ยิ่งถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาถ้าต้องรอนานขนาดนี้ก็คงเสียเวลาเป็นอย่างมาก บริษัทประกันที่ดีควรพร้อมให้บริการอย่างทันท่วงที เมื่อเกิดเหตุก็สามารถมาถึงที่ได้อย่างรวดเร็ว สัญญาณต่อมาก็คือค่าเบี้ยสูงกว่าความคุ้มครองที่ควรได้รับ เมื่อเปรียบเทียบราคากับบริษัทประกันอื่นๆแล้วได้ความคุ้มครองที่น้อยกว่าทั้งๆที่เบี้ยเท่ากันซะงั้น ยิ่งถ้ารวมกับการบริการที่ไม่ดีหรือล่าช้าก็ควรเปลี่ยนบริษัทประกันเสียดีกว่า

4
ถึงแม้ว่าบริษัทประกันภัยรถยนต์นั้นๆจะมีการโฆษณาที่น่าสนใจ เบี้ยประกันที่ถูก หรือเป็นบริษัทชื่อดัง แต่ความมั่นคงของบริษัทต่างหากจะเป็นตัวชี้ว่าเราจะได้รับเงินชดเชยที่คุ้มค่าหรือไม่ เมื่อถามว่าจะต่อประกันรถยนต์ที่ไหนดี คำตอบคือจะดูที่ราคาอย่างเดียวไม่ได้ เนื่องจากบริษัทประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทยมีให้เลือกเยอะมากๆ ถ้าเราโชคไม่ดีอาจเลือกได้บริษัทที่ความมั่นคงน้อยก็ได้นะคะ
ซึ่งบางคนอาจสงสัยว่าความมั่นคงน้อยแล้วยังไง บริษัทที่ความมั่นคงน้อย เงินทุนหมุนเวียนจะน้อยตามไปด้วย ทำให้มีโอกาสมากขึ้นที่จะไม่สามารถหมุนเงินมาจ่ายให้ผู้เอาประกันภัยได้ทันท่วงที ดังนั้นเราอาจจะได้รับเงินชดเชยช้าหรืออาจจะไม่ได้รับเงินชดเชยเลยก็ได้ค่ะ ดังนั้นความมั่นคงบริษัทประกันภัยรถยนต์สำคัญมากเลยค่ะ แต่หลายๆคนก็กลับมองข้ามข้อนี้ไป อยากได้เพียงเบี้ยประกันภัยรถยนต์ถูกๆ โปรโมชั่นดีๆ โดยที่ไม่ได้คิดถึงกรณีที่อาจเกิดขึ้นได้
ถ้าหากเลือกบริษัทประกันรถโดยที่สนใจแต่คำว่าถูก คิดว่าก็ทำประกันรถยนต์ชั้น 1ก็สบายใจได้แล้ว แต่จริงๆการเปรียบเทียบประกันรถยนต์ชั้น 1 นอกจากด้านราคาต้องดูด้านความมั่นคงของแต่ละบริษัทด้วย เพราะดันไปคว้าได้บริษัทที่ความมั่นคงน้อยขึ้นมา อาจแจ็กพอตไม่ได้เงินชดเชยเลยก็ได้เพราะเงินทุนหมุนเวียนของแต่ละบริษัทมีไม่เท่ากัน เมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรง บริษัทที่มีความมั่นคงสูงต้องมีเงินชดเชยให้ผู้เอาประกันภัยอยู่แล้วใช่ไหมคะ แต่บริษัทที่ความมั่นคงน้อยอาจจะไม่สามารถหมุนเงินได้ทัน ผู้เอาประกันภัยอาจจะได้เงินชดเชยล่าช้า หรืออาจจะไม่ได้เลยค่ะ  เพราะฉะนั้นการเลือกบริษัทประกันรถยนต์ดีๆที่มีความมั่นคงจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าแน่นอนรู้แบบนี้แล้วก็เลือกบริษัทที่มั่นคงไว้ก่อนดีกว่าเนอะ

5
เมื่อใกล้เวลาที่ต้องต่อประกันภัยรถยนต์ หลายๆคนอาจรู้สึกสงสัยว่าควรต่อประกันรถกับบริษัทเดิมหรือไม่ แล้วถ้าเปลี่ยนบริษัทแล้วควรต่อประกันรถยนต์ที่ไหนดีล่ะ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีข้อแนะนำเล็กๆน้อยๆมาฝากผู้ที่กำลังรู้สึกลังเลอยู่เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ
เริ่มแรกเลยก็ต้องศึกษาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของทั้งบริษัทเดิมและบริษัทอื่นๆที่เราสนใจว่าต่างกันตรงไหนบ้าง ถ้าค่าเบี้ยแพงกว่าแล้วได้อะไรกลับมาเพิ่มขึ้นหรือไม่ เช่น ความคุ้มครอง บริการ  วิธีง่ายๆในการเปรียบเทียบราคาก็คือไปที่เว็บไซต์เปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ต่างๆซึ่งจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นมาก
อีกหนึ่งประเด็นที่ควรคิดถึงก็คือการใช้รถของเราเป็นอย่างไร โดยลองดูตารางเปรียบเทียบประกันภัยควบคู่ไป ถ้าเราขับรถไม่แข็งก็ควรจะต่อประกันชั้น 1 และเลือกบริษัทประกันรถที่มีอู่ซ่อมเยอะๆ ถึงแม้ว่าอาจจะต้องจ่ายแพงกว่าก็ตาม แต่ถ้าคุณไม่ค่อยได้ใช้รถคันนี้ และบริษัทประกันที่ใช่อยู่ก็มีค่าเบี้ยไม่แพงและให้ความคุ้มครองเหมาะสมก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบริษัทประกัน
เพื่อให้ง่ายต่อการเคลมเราควรเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ซึ่งจะเป็นประกันสำหรับผู้ที่ต้องการการคุ้มครองแบบครบครัน เนื่องจากเป็นประกันภัยที่ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุอย่าง รถชน ไฟไหม้ รถสูญหาย ถูกโจรกรรม อีกทั้งยังคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิดอีกด้วย จึงเหมาะมากที่สุดกับผู้ขับขี่รถยนตมือใหม่ ที่อาจยังขับไม่คล่องมากนัก หรือเหมาะกับรถยนต์คันใหม่ป้ายแดง เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองหากเกิดการชนหรืออุบัติเหตุใดๆ อย่าลืมเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ก่อนตัดสินใจทำประกันด้วยทุกครั้งเพื่อให้ได้ราคาที่คุ้มที่สุด
สุดท้ายนี้แน่นอนว่าสิ่งที่ช่วยตัดสินใจได้มากก็การให้บริการของบริษัทประกัน ถึงแม้จะค่าเบี้ยดีคุ้มครองมากแต่ถ้าการบริการล่าช้า เคลมยาก ก็น่าคิดว่าถ้าเราเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้รับความช่วยเหลือหรือเงินชดเชยได้ทันท่วงทีหรือไม่


6
เมื่อใกล้เวลาที่ต้องต่อประกันรถยนต์ หลายๆคนอาจรู้สึกสงสัยว่าควรต่อประกันรถกับบริษัทเดิมหรือไม่ แล้วถ้าเปลี่ยนบริษัทแล้วควรต่อประกันรถยนต์ที่ไหนดีล่ะ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีข้อแนะนำเล็กๆน้อยๆมาฝากผู้ที่กำลังรู้สึกลังเลอยู่เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ
เริ่มแรกเลยก็ต้องศึกษาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของทั้งบริษัทเดิมและบริษัทอื่นๆที่เราสนใจว่าต่างกันตรงไหนบ้าง ถ้าค่าเบี้ยแพงกว่าแล้วได้อะไรกลับมาเพิ่มขึ้นหรือไม่ เช่น ความคุ้มครอง บริการ  วิธีง่ายๆในการเปรียบเทียบราคาก็คือไปที่เว็บไซต์เปรียบเทียบราคาประกันภัยรถยนต์ต่างๆซึ่งจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นมาก
อีกหนึ่งประเด็นที่ควรคิดถึงก็คือการใช้รถของเราเป็นอย่างไร โดยลองดูตารางเปรียบเทียบประกันภัยควบคู่ไป ถ้าเราขับรถไม่แข็งก็ควรจะต่อประกันชั้น 1 และเลือกบริษัทประกันรถที่มีอู่ซ่อมเยอะๆ ถึงแม้ว่าอาจจะต้องจ่ายแพงกว่าก็ตาม แต่ถ้าคุณไม่ค่อยได้ใช้รถคันนี้ และบริษัทประกันที่ใช่อยู่ก็มีค่าเบี้ยไม่แพงและให้ความคุ้มครองเหมาะสมก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบริษัทประกัน
เพื่อให้ง่ายต่อการเคลมเราควรเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ซึ่งจะเป็นประกันสำหรับผู้ที่ต้องการการคุ้มครองแบบครบครัน เนื่องจากเป็นประกันภัยที่ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุอย่าง รถชน ไฟไหม้ รถสูญหาย ถูกโจรกรรม อีกทั้งยังคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิดอีกด้วย จึงเหมาะมากที่สุดกับผู้ขับขี่รถยนตมือใหม่ ที่อาจยังขับไม่คล่องมากนัก หรือเหมาะกับรถยนต์คันใหม่ป้ายแดง เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองหากเกิดการชนหรืออุบัติเหตุใดๆ อย่าลืมเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ก่อนตัดสินใจทำประกันด้วยทุกครั้งเพื่อให้ได้ราคาที่คุ้มที่สุด
สุดท้ายนี้แน่นอนว่าสิ่งที่ช่วยตัดสินใจได้มากก็การให้บริการของบริษัทประกัน ถึงแม้จะค่าเบี้ยดีคุ้มครองมากแต่ถ้าการบริการล่าช้า เคลมยาก ก็น่าคิดว่าถ้าเราเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้รับความช่วยเหลือหรือเงินชดเชยได้ทันท่วงทีหรือไม่


7
ประกันชั้น 1นั้นมีข้อดีที่สามารถเคลมได้แม้ไม่มีคู่กรณี ซึ่งทำให้คุ้มกับค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่จ่ายไปเลยทีเดียวถ้าเพื่อนๆทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เมื่อเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณีจะสามารถเคลมได้ ซึ่งวิธีการเคลมก็อาจจะยากกว่าการมีคู่กรณีเนื่องจากไม่สามารถให้คู่กรณีมาเรียกประกันออกใบเคลมได้ โดยการเคลมเมื่อไม่มีคู่กรณีมีขั้นตอนดังนี้
   
1.แจ้งศูนย์รถ ขั้นแรกเลยคือการแจ้งศูนย์รถที่เราซื้อรถมาว่าเราจะเอารถเข้าซ่อม พร้อมทั้งแจ้งว่ารถเรามีสภาพเป็นอย่างไรบ้าง
   2. ขอเลขเคลม ขั้นต่อมาก็คือการติดต่อขอเลขเคลมเพื่อนำรถเข้าศูนย์ซ่อมจากบริษัทประกันรถยนต์ โดยเราต้องแจ้งวันเวลาที่เกิดเหตุ รวมไปถึงว่ารถเราชนเข้ากับอะไร เช่นถอยชนต้นไม้ ชนฟุตบาท ชนประตูรั้ว เป็นต้น
   3. ส่งรถเข้าศูนย์ เมื่อได้ใบเคลมมาแล้ว นำใบเคลมนั้นไปที่ศูนย์รถที่เราแจ้งไว้เพื่อส่งรถเข้าซ่อม จากนั้นก็รอรับรถได้เลย ซึ่งถ้าคุณไม่สะดวกนำรถไปส่งซ่อมในทันทีก็สามารถเลื่อนออกไปก่อนได้เนื่องจากใบเคลมนั้นมีอายุหนึ่งปี ดังนั้นเมื่อถามว่าประกันรถยนต์บริษัทไหนดีก็คือบริษัทที่มีอู่ซ่อมเยอะๆนั่นเอง
   
เพื่อให้ง่ายต่อการเคลมเราควรเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ซึ่งจะเป็นประกันสำหรับผู้ที่ต้องการการคุ้มครองแบบครบครัน เนื่องจากเป็นประกันภัยที่ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุอย่าง รถชน ไฟไหม้ รถสูญหาย ถูกโจรกรรม อีกทั้งยังคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิดอีกด้วย จึงเหมาะมากที่สุดกับผู้ขับขี่รถยนตมือใหม่ ที่อาจยังขับไม่คล่องมากนัก หรือเหมาะกับรถยนต์คันใหม่ป้ายแดง เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองหากเกิดการชนหรืออุบัติเหตุใดๆ อย่าลืมเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ก่อนตัดสินใจทำประกันด้วยทุกครั้งเพื่อให้ได้ราคาที่คุ้มที่สุด

8
หลายๆคนอาจมีความสงสัยว่าจำเป็นจริงๆหรือที่เราต้องทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ทำแค่ประกันชั้น 2 หรือประกันชั้น 3 ได้หรือไม่ วิธีการตัดสินใจง่ายๆเลยก็คือดูจากการใช้รถของเราค่ะ ปีนึงมีอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆเป็นประจำหรือเปล่า และใช้รถคันนี้บ่อยแค่ไหน โดยการดูตารางเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ก็จะช่วยให้เห็นภาพมากขึ้นค่ะว่าแต่ละชั้นคุ้มครองไม่เหมือนกันอย่างไร ซึ่งสำหรับรถหลายๆคันแล้ว ประกันชั้น 1 อาจไม่จำเป็นเลยก็ได้ค่า


อีกข้อดีของประกันชั้น 1นั้นมีข้อดีที่สามารถเคลมได้แม้ไม่มีคู่กรณี ซึ่งทำให้คุ้มกับค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่จ่ายไปเลยทีเดียวถ้าเพื่อนๆทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เมื่อเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณีจะสามารถเคลมได้ ซึ่งวิธีการเคลมก็อาจจะยากกว่าการมีคู่กรณีเนื่องจากไม่สามารถให้คู่กรณีมาเรียกประกันออกใบเคลมได้ ดังนั้นเมื่อถามว่าเลือกประกันรถยนต์บริษัทไหนดีก็ควรเลือกบริษัทที่ให้เคลมได้ง่ายกว่านั่นเอง

แม้ว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 จะคุ้มครองแทบจะครบทุกด้าน แต่จริงๆแล้วก็มีกรณีที่เคลมประกันไม่ได้ ประกันไม่คุ้มครองเช่นกัน ฉะนั้นนอกจากสนใจว่าประกันรถยนต์บริษัทไหนดีแล้วก็ต้องใส่ใจศึกษารายละเอียดข้อยกเว้นของประกันให้ดีด้วย กรณีที่ประกันชั้น 1 ไม่คุ้มครองก็เช่น การเมาแล้วขับ ซึ่งถ้าเกิดคุณดื่มแอลกอฮอล์มาเกินขนาดแล้วเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าจะแบบใดก็ตาม ก็อาจไม่ได้ค่าชดเชยใดๆจากบริษัทประกัน
หรือถ้าคุณชำระเบี้ยประกันภัยรถยนต์ไม่ครบถ้วนตามกำหนด ก็มีสิทธิที่คุณจะไม่ได้รับเงินชดเชยหรือได้ไม่ได้เต็มจำนวนเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา

9
เราควรที่จะรู้จักความแตกต่างของประกันแต่ละชั้นเสียก่อนก่อนที่จะตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ เพื่อให้ตัดสินใจได้เหมาะกับความต้องการของเรามากที่สุด โดยวิธีง่ายๆก็คือเปรียบเทียบจากตารางเปรียบเทียบประกันภัยรถยนต์ โดยประกันรถยนต์ชั้น 1 จะเป็นประกันสำหรับผู้ที่ต้องการการคุ้มครองแบบครบครัน เนื่องจากเป็นประกันภัยที่ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุอย่าง รถชน ไฟไหม้ รถสูญหาย ถูกโจรกรรม อีกทั้งยังคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิดอีกด้วย จึงเหมาะมากที่สุดกับผู้ขับขี่รถยนตมือใหม่ ที่อาจยังขับไม่คล่องมากนัก หรือเหมาะกับรถยนต์คันใหม่ป้ายแดง เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองหากเกิดการชนหรืออุบัติเหตุใดๆ

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ นั้นจะคุ้มครองด้านไฟไหม้ รถสูญหายหรือถูกโจรกรรม แต่จะไม่คุ้มครองด้านการชน จะคุ้มครองเฉพาะกรณีชนกับรถด้วยกันและระบุคู่กรณีได้เท่านั้น ดังนั้นประกัน 2+ จึงเหมาะกับผู้ใช้รถยนต์ที่มีความชำนาญพอสมควร และต้องการความคุ้มครองจากความเสี่ยงอย่างการถูกโจรกรรมและไฟไหม้ เนื่องจากอาจจะจอดรถในพื้นที่เสี่ยงเป็นประจำ

ประกันชั้น 3+ เหมาะมากกับรถยนต์คันเก่าคู่ใจที่ไม่ได้มีความเสี่ยงหรือโจรกรรม แต่ด้วยความเก่าก็อาจเกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอกได้ ซึ่งตรงนี้ประกันก็ให้ความคุ้มครอง แต่ทั้งนี้ไม่ว่าคุณจะเลือกทำประกันภัยรถยนต์ชั้นใด ก็ควรศึกษาและทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและข้อยกเว้นต่างๆและเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ทุกครั้ง เพื่อให้ได้ประโยชน์ตามกรมธรรม์มากที่สุด


10
       สมัยนี้มีบริษัทประกันรถยนต์เกิดขึ้นมากมาย แน่นอนว่าหลายๆคนจึงอาจจะไม่แน่ใจว่าควรทำประกันรถยนต์บริษัทไหนดี ซึ่งนอกจากการตัดสินใจจากเบี้ยประกันภัยรถยนต์แล้ว หากมีสัญญาณต่อไปนี้ก็เป็นเหตุผลว่าเราควรเปลี่ยนบริษัทประกันได้แล้วล่ะ
   1.บริการล่าช้าไม่ทันใจ สัญญาณแรกก็คือการบริการที่ล่าช้า กว่าจะติดต่อได้แต่ละครั้งต้องใช้เวลานาน ยิ่งถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาถ้าต้องรอนานขนาดนี้ก็คงเสียเวลาเป็นอย่างมาก บริษัทประกันที่ดีควรพร้อมให้บริการอย่างทันท่วงที เมื่อเกิดเหตุก็สามารถมาถึงที่ได้อย่างรวดเร็ว
   2.ค่าเบี้ยประกันรถยนต์สูงเกินควร สัญญาณต่อมาก็คือค่าเบี้ยสูงกว่าความคุ้มครองที่ควรได้รับ เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทประกันอื่นๆแล้วได้ความคุ้มครองที่น้อยกว่าทั้งๆที่เบี้ยเท่ากันซะงั้น ยิ่งถ้ารวมกับการบริการที่ไม่ดีหรือล่าช้าก็ควรเปลี่ยนบริษัทประกันเสียดีกว่า
       3.ไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ อีกเหตุผลที่ควรเปลี่ยนบริษัทประกันก็คือความน่าเชื่อถือของบริษัทประกัน ถ้าบริษัทประกันที่คุณใช้บริการอยู่ถูกพูดถึงในทางลบมากกว่าบวก หรือแทบไม่มีใครพูดถึงเลยก็เป็นการเสี่ยงที่เมื่อเกิดเหตุที่ต้องการเคลมขึ้นมาจริงๆจะไม่ได้รับการบริการตามที่คาดหวัง
ถ้าบริษัทประกันที่คุณใช้บริการมีครบทุกสัญญาณที่กล่าวไว้ข้างต้นล่ะก็ ถึงเวลาหาบริษัทประกันเจ้าใหม่ได้แล้ว อย่ารอให้ถึงเวลาเกิดเหตุและเปลี่ยนมาใช้บริการบริษัทประกันที่น่าเชื่อถือและให้บริการดีกันดีกว่า

11
        เนื่องจากเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่ถูกกว่าประกันชั้นอื่นๆ เมื่อบอกพูดถึงประกันรถยนต์ชั้น 3+ หลายๆคนอาจคิดว่าจะคุ้มครองมากพอหรือไม่ ซึ่งจริงๆแล้วนอกจากค่าเบี้ยที่ถูก ประกันชั้น 3+ ยังคงคุ้มครองเรื่องอุบัติเหตุและค่ารักษาพยาบาลเช่นกัน รวมทั้งยังรับผิดชอบชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอกอีกด้วย จะไม่คุ้มครองก็เพียงแต่กรณีไฟไหม้หรือรถสูญหายเท่านั้น
   ด้วยเหตุนี้ประกันชั้น 3+ จึงเหมาะมากกับรถยนต์คันเก่าคู่ใจที่ไม่ได้มีความเสี่ยงหรือโจรกรรม แต่ด้วยความเก่าก็อาจเกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอกได้ ซึ่งตรงนี้ประกันก็ให้ความคุ้มครองเช่นกัน
         แต่ทั้งนี้ไม่ว่าคุณจะเลือกทำประกันภัยรถยนต์ชั้นใด ก็ควรศึกษาตารางเปรียบเทียบประกันภัยรถยนต์และทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและข้อยกเว้นต่างๆก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อประกันภัยทุกครั้ง เพื่อให้ได้ประโยชน์ตามกรมธรรม์มากที่สุด

12
   ในการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ เราก็มักได้ยินว่าทำประกันรถยนต์ชั้น 1 หลายๆคนอาจสงสัยว่า จำเป็นจริงๆหรือที่ต้องทำประกันชั้น 1 ซึ่งเราจะมาตอบคำถามนี้ให้เอง ประกันชั้น 1 จะเป็นประกันสำหรับผู้ที่ต้องการการคุ้มครองแบบครบครัน เนื่องจากเป็นประกันภัยที่ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุอย่าง รถชน ไฟไหม้ รถสูญหาย ถูกโจรกรรม อีกทั้งยังคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิดอีกด้วย
      
แล้วใครบ้างที่ควรทำประกันชั้น 1? เนื่องจากประกันรถยนต์ชั้น 1 ครอบคลุมทุกด้านทั้งอุบัติเหตุ ดังนั้นจึงเหมาะมากที่สุดกับผู้ขับขี่รถยนตมือใหม่ ที่อาจยังขับไม่คล่องมากนัก หรือเหมาะกับรถยนต์คันใหม่ป้ายแดง เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองหากเกิดการชนหรืออุบัติเหตุใดๆ

    แต่ทั้งนี้ไม่ว่าคุณจะเลือกทำประกันชั้นใด ก็ควรศึกษาและทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและข้อยกเว้นต่างๆก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อประกันภัยทุกครั้ง เพื่อให้ได้ประโยชน์ตามกรมธรรม์มากที่สุดนั่นเอง

13
เรื่องทุนประกัน อาจจะเป็นเรื่องที่หลายคนมองเป็นสิ่งแรกที่ทำประกันภัยหรือบางคนอาจะมองข้ามจุดนี้ไปเลย เพียงเพราะไม่เข้าใจคำว่าทุนประกันคืออะไรกันแน่ จริงๆแล้วทุนประกันสำคัญมากนะคะ เพราะว่าทุนประกันจะเป็นค่าชดเชยที่เราได้รับ ซึ่งเป็นเงินก้อนใหญ่ถ้าหากรถที่เอาประกันรถของเราเกิดความเสียหายถึง 70% ขึ้นไป
คือถ้าหากว่ารถเราเสียหายเกิน 70% เราก็เรียกง่ายๆว่ารถเราพังยับแล้ว ถึงซ่อมมาก็คงไม่เหมือนเดิมอีก เราก็จะได้ทุนประกันตรงนี้ไปเพื่อไปต่อยอดซื้อรถคันใหม่อะไรก็ว่าไป แต่ว่าก็ต้องดูว่าประกันรถที่เราทำไว้ได้ทุนประกันเท่าไหร่ค่ะ มันขึ้นอยู่กับเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่เราจ่ายด้วย เข้าข่ายที่ว่าจ่ายมากก็ได้ทุนประกันสูงตามไปด้วย เหมือนเราใช้ประกันชั้น 1 ที่จะได้รับการคุ้มครองมากกว่าประกันชั้น 3 แน่นอนค่ะ
เพราะฉะนั้นก่อนจะซื้อประกันรถแต่ละที เราว่านอกจากจะดูเบี้ยประกันที่เราต้องจ่ายแล้ว ก็ต้องดูทุนประกันให้สัมพันธ์กับเงินที่เราจ่ายไปด้วย เพื่อความคุ้มค่าของเราในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นค่า

14
ขอสอบถามความเห็นเพื่อนๆเรื่องการต่อประกันรถค่ะ คือว่าเราเป็นคนที่ใช้รถระวังมาก ไม่เคยเอาไปชนหรือเฉี่ยวอะไรเลยค่ะ เป็นพวกแพนิคเลยด้วยซ้ำ  เราใช้รถคันนี้มา 4-5 ปีแล้ว เอาจริงๆเราใช้รถน้อยมาก ไม่ค่อยได้ขับเลย เราใช้ประกันรถยนต์ชั้น 1 มาตลอดเลยค่ะ ที่ใช้ชั้น 1 นี่เพราะตอนแรกมันมากับรถแล้วก็เลยต่อเป็นชั้น 1 มาเรื่อยๆ โดยที่เราไม่ได้มองไปที่ชั้นอื่นเลย ก็จ่ายไป แต่ช่วงหลังๆมานี่เบี้ยประกันภัยรถยนต์ค่อยๆสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เราสู้ราคาของประกันชั้น 1 ไม่ไหวแล้ว คือเราทำทุกปีไม่เคยได้เคลมประกันเลย
แล้วคนใกล้ตัวเราหลายๆคนก็แนะนำมาค่ะว่า ให้ลองใช้เป็นประกัน 3+ แทน เขาบอกว่ามันคุ้มครองทั้งเราแล้วก็คู่กรณีด้วย ทำแบบนี้จะคุ้มกว่าทำประกันชั้น 1 เหมือนที่เราเคยทำมั้ยคะ เพราะเราก็ไม่ได้ใช้รถเยอะอะไร โอกาสเกิดอุบัติเหตุก็น้อยแต่ไม่ใช่ไม่มีเลย
อยากสอบถามความเห็นเพื่อนๆ เราลังเลอยู่ว่าจะต่อชั้น 1  หรือเปลี่ยนไปใช้ 3+ ดีกว่ากันแน่ มันลดเบี้ยประกันลงไปได้เยอะเลย แต่ก็แอบกลัวๆว่าถ้าเกิดทำแล้วเกิดมีอุบัติเหตแรงๆแล้ว 3+ จะคุ้มไหม แล้วต่อประกันรถยนต์ต้องใช้อะไรบ้างคะ ช่วยแนะนำทีค่ะ


15
เรื่องที่สำคัญไม่แพ้การขับรถให้ปลอดภัยก็คือเรื่องของประกันภัยในกรณีฉุกเฉินค่ะ เรื่องอุบัติเหตุเป็นเรื่องที่มาคู่กับท้องถนนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการทำประกันภัยก็สำคัญเช่นกัน
เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วอาจจะมีหลายกรณีที่ประกันรถไม่รับเคลม เพื่อฉะนั้นเราควรศึกษาเรื่องความคุ้มครองแล้วก็ข้อยกเว้นของประกันแต่ละประเภทให้ดีก่อนใช้รถค่ะ เพราะประกันแต่ละประเภทก็ให้ความคุ้มครองที่ครอบคุมต่างกัน ทั้งในเรื่องของประกันที่ต่างขั้น ดังนั้นจุดที่ควรใส่ใจไม่ใช่แค่ประกันรถยนต์ที่ไหนดี แต่เป็นประกันรถแบบไหนดี จะได้เหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุดค่ะ
เพราะงั้นเราก็ควรอ่านให้ละเอียดก่อนว่ารถเราได้ประกันแบบไหน จ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์ไปเท่านี้ การคุ้มครองที่ได้รับคุ้มมั๊ย มีข้อยกเว้นใดบ้างที่ประกันจะไม่คุ้มครองเรานะคะ

หน้า: [1] 2